Chapters: 123
Play Count: 0
หลังจากที่ "ปันปัน" อายุครบ 18 ปี เธอกลับสูญเสียความสามารถในการพูดไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และต้องใช้ชีวิตเป็นคนใบ้ยาวนานถึงสามปี จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้บังเอิญจูบกับหนุ่มหล่อมาดนิ่งสุดหยิ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เธอกลับมาพูดได้อีกครั้ง แต่เมื่อคิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นแล้ว กลับพบว่าในเช้าวันถัดมา เธอกลายเป็นใบ้อีกครั้ง หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เธอก็ค้นพบความจริงว่าตราบใดที่เธอจูบกับหนุ่มคนนั้น เธอจะสามารถพูดได้อีกครั้ง
ท่านประธานคนใหม่คือสามีที่เพิ่งจะวิวาห์สายฟ้าแลบไปด้วยกันเมื่อวาน! เธอทักเขาว่า สวัสดีค่ะท่านประธาน ส่วนท่านประธานยิ้มเล็กยิ้มน้อยตอบกลับไปว่า เรียกผมว่าที่รัก!
ศตพรทุ่มรักให้เก้าทัพถึงสามปี แต่ในวันที่ไปตรวจสุขภาพก่อนแต่งเขากลับพาผู้หญิงอีกคนไปตรวจครรภ์ เธอประกาศเลิกทันทีพร้อมทิ้งคำเด็ดไว้ว่า "ฉันไม่แชร์ผู้ชายกับใคร" วันถัดมาเธอแต่งงานสายฟ้าแลบกับมหาเศรษฐีชื่อดังแห่งนครหลวง จนวันหนึ่งอดีตคู่หมั้นโทรมาขอให้เธอกลับไป แต่เสียงทุ้มต่ำปลายสายแทรกขึ้นมาว่า "ภรรยาผมกำลังอาบน้ำอยู่ คุณเป็นใคร"
เมื่อห้าปีก่อน เส้นต้องห้ามถูก กิตติ ฉีกทึ้งอย่างไม่ปรานี ฝน วางยาเขาแล้วหลบหนีไป เธอสวมหน้ากากปิดบังตัวตน แต่โชคชะตากลับพาให้พบกันอีกครั้ง ใต้สายตาเขา เธอวางแผนหนีซ้ำ ทว่าไม่คาดคิดว่า คราวนี้เธอกลายเป็นเหยื่อในมือเขา กับดักของนักล่า แท้จริงถูกวางตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตากัน
บอสใหญ่ที่ถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ดันเป็นคนที่เธอเคยผ่านคืนหวานมาด้วย เมื่อเธอรีบหนีก็ถูกเขากดจูบติดผนังพร้อมกระซิบว่า "ยังจะหนีอีก ท้องลูกของฉันแล้วนะ" ตอนเห็นใบทะเบียนสมรสในมือเธอถึงกับพูดไม่ออก เจ้านายที่เธอเคยอ่อยไว้ก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด เพราะรักครั้งนี้ต้องจบแบบสุดทาง
ศิรินดาคุณหนูตระกูลสุวรรณศรี ชาติก่อนถูกคุณหนูตัวปลอมชาลินี ใช้เสียงในใจใส่ร้ายจนต้องตายอย่างทรมาน เมื่อเกิดใหม่เธอมาพร้อมระบบแก้ไขเสียงในใจคนอื่นได้ ปฏิบัติการเอาคืนจึงเริ่มขึ้นทันที เธอทำการแก้ไขเสียงในใจของชาลินี ทำให้คนในครอบครัวได้เห็นธาตุแท้และหันกลับมารักเธอ ชาตินี้ศิรินดาจะขอทวงแค้นและทำลายแผนการของชาลินีให้สิ้นซาก
เมื่อรินดาต้องแต่งงานแทนพี่สาวกับทายาทตระกูลใหญ่ พาริส ชายหนุ่มเย็นชาที่เห็นการแต่งงานเป็นเพียงธุรกิจ เธอรับบท "ภรรยาในนาม"อย่างเงียบ ๆ ไม่คิดรุกล้ำหัวใจเขา แต่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ความใกล้ชิดกลับกลายเป็นความหวั่นไหว เมื่อหน้าที่แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึก หัวใจของเขาและเธอเริ่มเรียกร้องความรักที่แท้จริง
หลินนั่วลูกสาวคนโตแห่งตระกูลหลินไปนัดบอดที่สวนสาธารณะเพียงลำพังเพื่อหาคู่ครองที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับแต่งงานจากพ่อของเธอ เธอได้ทำสัญญาแต่งงานกับฟู่ถิงอันที่ถูกบังคับให้มานัดบอดเช่นกัน หลังจากที่ทั้งสองแต่งงานกันแบบสายฟ้าแลบแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้าย ในวันแรกของการทำงาน หลินนั่วได้พบกับหลินหรั่น น้องสาวต่างแม่ของเธอ หลินหรั่นในฐานะของคุณหนูของตระกูลหลินก็ได้แสร้งดำรงตำแหน่งประธานของหลินนั่ว และแสดงอำนาจในบริษัท อีกด้านหลินนั่วได้ให้ชายหนุ่มที่เพิ่งจดทะเบียนกันอย่างฟู่ถิงอันเป็นพนักงานเสิร์ฟในงานเลี้ยง ฟู่ถิงอันก็ยอมรับแผนการของเธอที่จะปกปิดตัวตนของเขาพร้อมปกป้องหลินนั่วอย่างลับ ๆ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อบอวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดฐานะอันเป็นเท็จของหลินหรั่นและฟู่ฮ่าวหรันก็ถูกเปิดเผย จากการช่วยเหลือของฟู่ถิงอัน หลินนั่วเอาชนะหลินเจิ้นเทียนและลูกสาวจนนำหลินกรุ๊ปกลับคืนมาได้
หลังจากที่ "ปันปัน" อายุครบ 18 ปี เธอกลับสูญเสียความสามารถในการพูดไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และต้องใช้ชีวิตเป็นคนใบ้ยาวนานถึงสามปี จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้บังเอิญจูบกับหนุ่มหล่อมาดนิ่งสุดหยิ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เธอกลับมาพูดได้อีกครั้ง แต่เมื่อคิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นแล้ว กลับพบว่าในเช้าวันถัดมา เธอกลายเป็นใบ้อีกครั้ง หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เธอก็ค้นพบความจริงว่าตราบใดที่เธอจูบกับหนุ่มคนนั้น เธอจะสามารถพูดได้อีกครั้ง
หลังจากที่ "ปันปัน" อายุครบ 18 ปี เธอกลับสูญเสียความสามารถในการพูดไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และต้องใช้ชีวิตเป็นคนใบ้ยาวนานถึงสามปี จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้บังเอิญจูบกับหนุ่มหล่อมาดนิ่งสุดหยิ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เธอกลับมาพูดได้อีกครั้ง แต่เมื่อคิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นแล้ว กลับพบว่าในเช้าวันถัดมา เธอกลายเป็นใบ้อีกครั้ง หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เธอก็ค้นพบความจริงว่าตราบใดที่เธอจูบกับหนุ่มคนนั้น เธอจะสามารถพูดได้อีกครั้ง
ชาติก่อน สุทัศน์ลูกบุญธรรมตระกูลแสงจันทร์ ใช้พลังอ่านใจใส่ร้ายและทำลายความสัมพันธ์ของกฤษณะจนชื่อเสียงพัง ไร้ที่พึ่ง และถูกผลักตกตึกตาย เมื่อได้เกิดใหม่ กฤษณะไม่ปรารถนาความรักจากครอบครัวอีก ตัดขาดทุกความผูกพันและลุกขึ้นโต้กลับอย่างเด็ดขาด ครั้นได้ยินเสียงในใจของสุทัศน์ที่ยังคิดใส่ร้าย เขากลับเพียงยิ้มอย่างเยือกเย็น